Fengsui book

ฮวงจุ้ยกับห้องชุด… o_O’

3370838657_831d13cca5

     ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่เติบโตขึ้นทุกวันนี้ มันได้แทรกซึมเข้าไปทุกจุดของชีวิตคนเราทุกวันนี้แล้ว ไม่ว่าจะบ้านเดี๋ยวหลังเท่าปราสาท หรือช่องชุด-คอนโด ทุกวันนี้เป็นอันว่าต้องมีเรื่องฮวงจุ้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ขายบ้านหลายรายในปัจจุบันยกเรื่องการให้อาจารย์หรือซินแสชื่อดังมาดูฮวงจุ้ยให้บ้านแต่ละหลังมาเป็นตัวดึงลูกค้า และเพิ่มราคาให้กับสินค้าของตนด้วย แต่ก็บ่อยครั้งที่เราจะเห็นการจัดฮวงจุ้ยแบบไม่ค่อยสมดุลย์นัก โดยเฉพาะกับห้องชุด ห้องเช่า หรือคอนโดทั้งหลาย
ผมเคยไปเยี่ยมห้องพักของเพื่อนที่กรุงเทพ เป็นห้องชุดสวยงามที่เดียว ขนาดพื้นที่ที่ทางโครงการให้มาก็นับว่ามากโขเลยล่ะสำหรับห้องชุด แต่พอไปดูพี่ท่านจัดห้องสิครับ … o_O’ …. ทำเอาผมอึ้งไปเลย เพราะก่อนที่จะชวนผมไปเยี่ยมชมห้องเขาเพื่อดูเรื่องฮวงจุ้ยช่วยเขา เพื่อนผมก็ได้หาหนังสือหนังหามาอ่านและลงมือจัดแต่งห้องตามตำรับตำรากันเป็นการใหญ่เรียกว่าเสียเงินและเวลาไปไม่แน่ล่ะ มันทำให้ผมเองก็ไม่กล้าพูดอะไรมากเพราะกลัวเขาจะเสียกำลังใจ ก็ได้แต่คุย ๆ แนะ ๆ กันไปแบบไม่ให้เสียล่ะครับ เขาจัดห้องเข้าตำราหรือเปล่าผมก็ว่าเข้าตำราชนิดที่เรียกกว่าตำราว่าไว้ 100 เขาทำไป 110 เลยล่ะ ซึ่งมันทำเอาห้องชุดขนาดใหญ่ที่น่าจะมีที่พอให้ตีลังกาได้หลายตลบกลับดูคับแคบแออัดไปด้วยเครื่องเรื่องและสัญลักษณ์ทางความเชื่อต่าง ๆ นาเต็มไปหมด เหมือนเดินเข้าไปในศาลเจ้าจีนยังไงไม่ทราบ

     เหตุนี้เองผมถึงได้อยากหยิบยกเอามาเล่าสู่กันฟังเรื่องการจัดห้องชุดกับฮวงจุ้ยแบบถูกใจถูกตำรา และถูกดวง ว่ากันว่าคนแต่ละปีแต่ละเดือนนั้นมีสิ่งชอบสิ่งเกลียด สิ่งแพ้สิ่งดีต่อตัวเองไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าจะให้อธิบายเป็นวิทยาศาสตร์กันแบบจะ ๆ ล่ะก็ยาวเป็นหางว่าว แต่ถ้าใครสงสัยก็ค่อยถามเข้ามาแล้วกันครับ เพราะไม่อยากเล่าให้ความยืดยาวเกินไป
ห้องชุดเนี่ยสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกคือ ทิศทางของห้องครับ ถ้าห้องคุณอยู่ทิศตะวันตก เรื่องความร้อนก็เป็นปัญญาใหญ่ ถ้าห้องคุณอยุ่ทางทิศตะวันออก เรื่องความอับและอากาศไม่ค่อยถ่ายเทก็เป็นคู่ปรับกับคุณ ถ้าห้องอยุ่ทางทิศใต้เรื่องความชื่นต้องระวังให้ดี ถ้าห้องอยู่ทางทิศเหนือฝุ่นละอองก็เป็นตัวร้ายสำหรับคุณ ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติที่ทำให้ผมว่าแบบนั้น แต่เพราะเรื่องของฤดูกาลทำให้เกิดเหตุต่อห้องทิศต่าง ๆ อย่างที่ว่าไป ฉนั้นถ้าคิดจะจัดอะไรก็ให้มันถูกต้องตามแต่สภาพภูมิของห้องเราไว้ก่อนส่วนเรื่องดวงชะตาราศีนั้นถ้าจะให้ถูกต้องก็ไปถามหมอดูหรือซินแสที่คุณเชื่อถือดูอีกทีก็ได้ครับ แต่ก็จำไว้นะครับ จะจัดอะไรก็ให้มันถูกต้องตามกาลเทศะด้วย ไม่ใช่เอาแค่ตามตำราซะท่าเดียว

รู้โลก รู้เรา ก่อนเรียนรู้ฮวงจุ่ย

     ทุกความเชื่อในโลกเราทุกวันนี้มีการแตกแขนงกันไปต่าง ๆ นานากลายเป็นความเชื่อใหม่ไปเลยบ้าง กลายเป็นแขวงของความเชื่อเก่าบ้างก็มี บางทีก็กลายเป็นงมงายไปเลยก็มี ผมเป็นคนพุทธที่ึยึดเอาคำสอนของศาสดาที่ว่าด้วยเหตุแห่งความเชื่อ 10 ประการไว้เสมอ มันช่วยให้เราได้คิดก่อนที่จะเชื่ออะไร หรือ ก่อนที่จะหมิ่นความเชื่อของใคร
     เฉกเช่นเรื่อง ภูมิโหราศาสตร์ หรือ ฮวงจุ่ย เองก็เช่นกัน จะให้เชื่อก็ต้องมีที่มี ใช่แค่ฟังตาม ๆ กันไป แต่ถ้าจะไม่เชื่อก็ต้องมีเหตุให้ไม่เชื่อจริงมั้ยครับ คนคิดดูสิ “ข่าวที่คนเพิ่งลือกันเมื่อวาน เรายังต้องรับฟัง แล้วส่ิงที่คนเขาว่าดีว่าแน่มาเป็นพัน ๆ ปี คุณจะไม่ฟังหูไว้หูซะหน่อยเหรอ”​ ศาสตร์แห่งภูมิโหราศาสตร์ ไม่ว่าใครจะยิ่งใหญ่แค่ใหน มันก็คือศาสร์แห่งการอาศัยในโลกให้มีความสูขอีกทางหนึ่งนั่นเอง แล้วจะสุขบนโลกนี้ได้อย่างไรก็ต้องรู้จักโลกนี้ทั้งทางกายภาพ และทางสังคมด้วย แต่คราวนี้เราจะมาดุเรื่องกายภาพกันอย่างเดียวก่อน มาดูกันครับว่าโลกเราใบนี้มันเป็นยังไง
1. โลกมีน้ำหนัก              5,976,000,000,000,000,000,000,000 กิโลกรัม
2. ระยะจากแกนกลางถึงเส้นศูนย์สุตร       6,375.14 กิโลเมตร
3. ห่างจากดวงอาทิยต์      149,600,000 กิโลกเมตร
4. หนึ่งวันมีระยะเวลา   23.9345   ชั่วโมง
     (**จะเห็นว่าวันหนึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้มี 24 ชั่วโมงครับ และนี่คือเหตุที่ ทุก 4 มีเราจะเพิ่มวันที่ 29 ให้เดือนกุมภาพันธ์ 1 วัน)
5. เคลื่อนไปในอวกาศด้วยความเร็ว    29.79     กิโลเมตร/วินาที  หรือราว ๆ 107,244  กิโลเมตร/ชั่วโมง
     (**พวกนักซิ่งรถตามถนนทั้งหลายเลิกเสี่ยงแบบโง่ ๆ เถอะ เพราะอยู่เฉย ๆ คุณก็พุ่งไปในอวกาศด้วยความเร็วเป็นแสนกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว) 
6. แกนโลกเราเอียง 23.79 องศา
7. โลกเราก็ไม่ได้กลมครับ มันออกจะแป้น ๆ เหมือนส้มเขียวหวานครับ 

     และนั่นคือข้อมูลแผ่นดินที่เรายืนกันอยู่ เราก็คือมดปลวกที่เกาะผิวดาวดวงนี้อยู่ไปจนหมดลมหายใจ ฉนั้นอะไรทำแล้วมีความสุขไม่เดือดร้อนผู้อื่นก็ทำเถอะครับ ยิ่งผมเห็นพวกอวดใหญ่อวดโตกัน หรือแย่งกันใหญ่ชิงกันโตแล้วก็สมเพชเวทนาคนพวกนี้ …อ้าวออกนอกเรื่องไปไกลเลยแหะ !

     เพราะการที่โลกเราเอียง 23.79 องศา และการที่โลกเราหมุนรอบดวงอาทิตย์นี่ล่ะครับที่ทำให้เกิดฤดูกาลขึ้นมา ทำให้บางช่วงของปีในบางพื้นที่ฝนตกหนัก และบางพื้นที่หนาว บางพื้นที่ร้อน ทั้งเป็นช่วงเวลาเดียวกันเดือนเดียวกัน วันเดียวกัน ผมถึงเคยบอกว่า ความเชื่อเรื่องฮวงจุ่ยที่ใช้ได้ดีกับอีกประเทศ อาจเอาไปใชักับอีกประเทศไม่ได้ผลเลย หรือกลับให้ผลเสียด้วยซ้ำไปก็มี ฉนั้นจะไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วทำตามแบบไม่ลืมหูลืมตา ผมขอเลยครับ… อย่าทำเป็นอันขาดครับ

     แต่คำว่า “ฮวงจุ่ย” แปลเป็นไทยก็คือ น้ำกับลม เท่านั้นเองเหตุที่คนจีนให้ความสำคัญกับเรื่อง น้ำ และ ลม มันคือสิ่งที่สำคัญในวิถึชีวิต เพราะน้ำคือหัวใจในการเพาะปลูก น้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการจับจองพื้นที่ ก็ต้องเน้นที่ไกล้น้ำไว้เป็นอับดับต้น ๆ อยู่แล้ว และยังลมหนาวอันแสนทรมาน ไม่ได้ร้ายแค่หนาว แต่ยังมีเชื้อโรคให้ลอยมากับลม  หรือจะเป็นศัตรูพืชที่ทนความจากภาคเหนือไม่ได้ พวกมันก็อาจอพยบลงมาทำลายพืฃผลของเกษตกรได้ พื้นที่เพาะปลูกย่ิงน้อย ๆ อยู่ด้วย ในอดีตที่ภาคกลางของจีนเกิดสงครามมาโดยตลอดมาเป็นพันปี นั่นก็ไม่ใช่เพราะเหตุอื่นใดนอกจากเรื่องอาหาร เพราะภาคกลางของจีนนั้นเป็นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูก

ฮวงจุ้ยกับเครื่องราง

mysticknotjadedg      เห็นเยอะขึ้นทุกทีเลยครับความเรื่องเครื่องราง ที่มาพร้อมความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย ซึ่งจะว่ากันไปแล้วเครื่องรางก็มีกันในทุกความเชื่อ แต่สำหรับเรื่องฮวงจุ้ยปัจจุบันจะเห็นเยอะหน่อย นั่นอาจด้วยความต้องการของตลาด บวกกับความหัวใสของพ่อค้า ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องเครื่องลางหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ เนี่ยต้องจำแนกกันให้ถูกครับ

     เครื่องรางที่เห็นห้อยเห็นติดบ้าน, พวกติดตัว หรือใหญ่โตขนาดติดฝาบ้านก็มี ผมเห็นเคยเห็นบางบ้านเป็นเอามากถึงขนาดทุกอย่างในบ้านเป็นตามหลักฮวงจุ้ย รั้วบ้านก็ยังเป็นเหล็กดัดตามหลักสัญลักษณ์ทางฮวงจุ้ย

    สัญลักษณ์และเครื่องรางที่เราเห็นกันทุกวันนี้นั้นไม่ได้เอาไว้แก้ปัญหาโดยตรงหรอกครับ จริงบางอย่างแค่เอาไว้ท้องจำครับ คุณต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนนั้นไม่มีหนังสืออย่างทุกวันนี้นะครับ ฉนั้นการจะท้องจำกฏต่าง ๆ มากมายก็เป็นเรื่องยาก ยิ่งสมัยก่อนคนจะมาเรียนหลักฮวงจุ้ย เค้าไม่ได้เรียน อนุบาล เรียนปฐม-มัธยม แล้วมีความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์แน่นอย่างทุกวันนี้ครับ ฉนั้นคนที่เรียนอย่างเข้าใจลึกซึ้งก็คงมีไม่มากหรอก จะรู้ก็จากการเรียนโดยการท่องจำซะเป็นส่วนมาก ท่องก็ต้องเป็นสัญลักษณ์โดยให้สัญลักษณ์นั้นแทนสิ่งต่าง ๆ ไป
        ไม่ได้หมายความว่าเอาไอ้เจ้าสัญลักษณ์นั้นมาพกแล้วปัญหาจะหายไปนะครับ

    ส่วนเครื่องลางมากมายที่เห็นขายกันที่ร้านเครื่องรางเนี่ย บางทีก็มาจากความเชื่อในท้องถิ่นปะปนมาด้วย หรือความเชื่อศาสตร์นั้นปะปนมาด้วยก็มี ผมเคยเห็นที่สิงค์โป  เป็นสังคมคนเชื้อสายจีน  ไหว้ผีบรรพบุรุษ + นับถือพุทธ + เชื่อฮวงจุ้ย  คุณคิดดูสิครับ อะไรจะเกิดขึ้น …..

ทิศทางหน้าบ้าน

redhome

    เป็นที่ถกเถียงกันมากเหลือเกินสำหรับเรื่องทิศทางของหน้าบ้าน ผมเองได้มีโอกาศไปดูภูมิทัศน์ของบ้านให้ลูกค้าท่านหนึ่ง ท่านเป็นผู้ใหญ่มีอันจะกินเลยทีเดียว ฉนั้นความเรื่องใดที่ได้รัฟังมาและมีความเชื่อคล้อยตามท่านก็มักจะนำมาปฏิบัติทันที เพราะเรื่องกำลังทรัพย์นั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แรก ๆ มันก็พอไหวครับแต่ท่านเป็นเอามาถึงขั้นจะเปลี่ยนทิศบ้านเลย เพราะฟังว่าถ้าเปลี่ยนทิศบ้านไปทางทิศนั้นแล้วอายุยืนไร้โรคภัย ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่ท่านจะอยากทำอย่างนั้น ก็ด้วยวัย 50 แล้ว ก็ต้องคิดถึงเรื่องอายุขัยกันบ้างล่ะครับ

    ผมไปเห็นครั้งแรกก็ยังไม่ทักอะไรมากมาย ฟังท่านเล่าให้ฟังก่อนจะดีกว่า เพราะรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งหากรู้เขารู้เรา ผมก็ฟังท่านไปเดินชมบ้านไป และต้องคอยตอบคำถามท่านหลาย ๆ คำถาม แต่ก็ถือเป็นธรรมดาสำหรับคนหนุ่มแต่ต้องไปดูเรื่องแบบนี้มักจะถูกมองว่าไม่แก่พรรษาพอนั่นเอง พอผมฟังเสร็จคำตอบของผมก็ทำเอาท่านไม่ค่อยพอใจ นั่นคือ ม่ต้องเปลี่ยนทิศบ้านหรอก …..

    ท่านถามเหตุผลทันที พร้อมกับขนตำรามาวางลงตรงหน้าผม  30 เล่ม ในนั้นมาทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จีนกะญี่ปุ่นก็ยังมี ทำเอาผมก็ต้องอธิบายยาวไปครึ่งวันกว่าจะเข้าใจกัน และท่านก็ยอมเห็นตามผมแต่โดยดี …. เฮ้อ … โล่งใจ

   ถ้าจะให้ว่ากันตามเรื่องทิศทางของหน้าบ้านที่ดีแบบง่าย ๆ ไม่เอาอะไรมากก็ขอบอกว่า ทิศหน้าบ้านที่ดีคือทิศของความสุขในครอบครัวครับ ตำราทั่วไปมักบอกว่า  หน้าบ้านหันไปทิศใต้ หน้าบ้านเป็นแม่น้ำ หลังบ้านเป็นภูเขา ที่ว่าไว้แบบนี้นั้นมันมีที่มาครับไม่ได้เป็นการพูดเพียงลอย ๆ ท่านลองย้อนนึกกับไปถึงเมืองจีนเมื่อครั้งหลายพันปีก่อนนะครับ ลมหนามจากไซบีเรียจะแผ่ลงมาจากทิศเหนือ ซึ่งไทยเราเองก็ได้รับอิธิพลนั้นทำให้เกิดหน้าหนาวเช่นกัน แต่หนาวบ้านเรามันแค่ 10 กว่าองศา บนดอยบนเขาก็ 5 องศา แต่ถ้าเป็นเมืองจีนยามหน้าหนาวลมเหนือหอบเอาความเย็นถึงขึ้นติดลบมาเลยเดียว คิดดูสิครับว่า ใครหันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือแล้วต้องรับลมหนาวแบบเต็ม ๆ เนี่ยมันจะทรมานขนาดใหน … ผมว่าถึงตายได้เลยล่ะ ฉนั้นถ้าบ้านุณหันไปทางทิศใต้ แล้วมีเนินสูง  ภูเขา หรือกำแพงสูง ๆ บังลมให้ทางด้านหลังบ้านซึ่งก็คือทิศเหนือ  บ้านของคุณก็จะอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา

    แต่สำหรับเมืองไทยที่เป็นเมืองร้อน ยามหนาวก็ไม่ได้หนาวทรมานอะไร หันหน้าบ้านก็ไปทางทิศเหนือก็เข้าท่าดีออก แล้วถ้าอยากหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้อย่างตำราว่าไว้ล่ะ ก็ลองคิดูสิว่า ประเทศไทยเนี่ยลมมรสุมมาจากทางทิศใหนครับ  …….. ทิศตะวันตกเฉียงใต้ครับ … แล้วถ้าคุณหันหน้าบ้านไปทางนี้ ฝนจะสาดเข้าหน้าบ้านเต็ม ๆ ถ้าระเบียงหน้าบ้านเป็นไม้ มันจะผุไว ไม่ก็ราขึ้น หรืออย่างน้อยเศษขยะเศษใบไม้ก็จะมากองสุมอยู่ตรงประตูบ้านคุณตลอดปี คุณอยากให้เป็นแบบนั้นมั้ยล่ะ ถูกตามตำราแต่ผิดต่อทุกคนในบ้านน่ะ

    นี่แหละครับ  ฮวงจุ้ย  ศาสตร์แห่งภูมิศาสตร์ แต่คนเราชอบไปทำให้เป็นศาสตร์แห่งภูติผีปีศาจอยุ่เรื่อยเชียว พิมพ์ยาวเลย ผมขอตัวไปทานอาหารปีใหม่หน่อยดีกว่าครับ

fengsui

office-furniture-feng-shui       ขอบคุณ มาสเตอร์ ที่พื้นที่เปิดความคิดสำหรับผม ผมขอเอาเรื่องถนัดนั่นคือเรื่อง ภูมิโหราศาสตร์ หรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่า ฮวงจุ้ย นั่นเอง

       ผมเจอหลายคนมองว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องงมงาย เป็นเรื่องค่อนไปทางไสยศาสตร์ เป็นเรื่องของคุณไม่มีความ ความเข้าใจในธรรมชาติที่แท้จริง แต่ผมอยากให้ติดตามอ่านกันไปก่อนครับ ท่านอาจได้พบว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์โดยแท้จริง

      แต่ผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับที่คนจะคิดว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องงมงาย  แต่ผมเห็นเราเลือกที่จะเชิญมันอย่างงมงายมากกว่า เลยพลอยทำให้เราไปมองว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นเรื่องงมงาย ผมเองก็อีกคนที่เคยคิดแบบนั้นจนศึกษาแบบลองดี  และก็ได้เจอดีในศาสตร์นี้

       เจอดีแบบใหนเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังไปเรื่อย ๆ ครบ

Hello world!

Welcome to : Ojaba Serivce. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!

ยินดีต้อนรับสู่อีกหนึ่งบริการของ Ojaba Serivce นี่คือข้อความแรกเพื่อการทดสอบระบบของท่าน ท่านสามารถ ลบหรือแกไข ข้อความนี้